แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดนตรีไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดนตรีไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2562

ประเภทของเพลงไทย


เพลงไทยสมัยต่างๆ


ประเภทของเพลงไทย


เพลงไทย หมายถึง เพลงที่ประพันธ์ ตามหลักของดนตรีไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นศิลปะและวัฒนธรรมของชนชาติไทยซึ่งมีมาแต่สมัยโบราณ เพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาโดยมากเลียนสำเนียงภาษาอื่น มักจะมีชื่อเรียกนำหน้าเพลงตามสำเนียงภาษา เช่น เพลงลาวดวงเดือน เขมรไทรโยค มอญท่าอิฐ แขกสาหร่าย พม่าเห่ จีนขิมเล็ก ฯลฯ

เพลงไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือเพลงบรรเลง และเพลงขับร้อง

เพลงบรรเลง


หมายถึง เพลงที่ใช้เครื่องดนตรีบรรเลงล้วน ๆ ดังนี้

1. เพลงโหมโรง

เป็นเพลงที่ใช้บรรเลงก่อนการแสดงโขน-ละคร และพิธีกรรม ต่าง ๆ โดยมีความเชื่อว่า

  • ใช้ประกาศ หรือประโคมให้รู้ว่ากำลังจะเริ่มแสดง หรือ เริ่มพิธี
  • เพื่ออัญเชิญเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาประชุมพร้อมกันในบริเวณงาน

เพลงโหมโรงจะใช้เพลงสาธุการบรรเลงนำทุกครั้ง มี 3 ประเภท คือ

  1. โหมโรงพิธีกรรม บรรเลงก่อนพิธีกรรมต่าง ๆ มี 3 ชุด คือ
    - เพลงโหมโรงเย็น
    - เพลงโหมโรงเช้า
    - เพลงโหมโรงเทศน์
  2. เพลงโหมโรงการแสดง บรรเลงก่อนการแสดงต่าง ๆ
  3. เพลงโหมโรงเสภา บรรเลงก่อนการขับเสภา


2. เพลงหน้าพาทย์

ใช้บรรเลงประกอบอิริยบท อารมณ์ และการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร หรืออัญเชิญฤาษีเทวดาและครูอาจารย์ให้มาร่วมในพิธีไหว้ครูหรือพิธีมงคลต่างๆ มี 2 ชนิด

2.1 เพลงหน้าพาทย์ธรรมดา ประกอบอริยบทตัวละครธรรมดา เช่น ร้องให้ ใช้ เพลงโอด , ต่อสู้ ใช้เพลงเชิด
2.2 เพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง ประกอบอิริยบทของเทพต่างๆ ได้แก่ พระอินทร์ พระพรหม เทวดา เช่น การเดินทางไปมา ใช้เพลงกลม


3. เพลงเรื่อง

คือเพลงชุดที่นำเอาเพลงที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมารวมกันบรรเลงติดต่อกันเป็นชุด ดังนี้

  • เพลงเรื่องประเภทเพลงช้า เช่นเรื่องเต่ากินผักบุ้ง เรื่องจีนแส
  • เพลงเรื่องประเภทเพลงเร็ว เช่น เรื่องแขกมัดตีนหมู เรื่องแขกบรเทศ
  • เพลงเรื่องประเภทเพลงฉิ่ง เช่น เรื่องมุล่ง เรื่องช้างประสานงา
  • เพลงเรื่องประเภทเพลงสองไม้ เช่น เรื่องสีนวล เรื่องทยอย
  • เพลงเรื่องประเภทเพลงที่เกี่ยวกับพิธีกรรม เช่น เรื่องทำขวัญ


4. เพลงหางเครื่อง

เป็นเพลงบรรเลงที่บรรเลงต่อท้ายเพลงเถา เป็นบทเพลงสั้นๆ ในอัตราจังหวะชั้นเดียว เพื่อให้สนุกสนาน ครึกครื้น


5. เพลงออกภาษา

เป็นเพลงที่นำเพลงสำเนียงภาษาต่าง ๆมารวมเป็นชุดเดียวกัน การบรรเลงจะต้องออก 4 ภาษาก่อนคือ จีน เขมร ตะลุง พม่า


6. เพลงเดี่ยว

เป็นเพลงพิเศษ ใช้สำหรับ บรรเลงเดี่ยว อวดฝีมือนักดนตรี


เพลงขับร้อง


หมายถึงเพลงที่นิยมนำมาร้องประกอบดนตรีตามแบบของไทย มีดังนี้

1. เพลงเถา เป็นเพลงที่มี อัตราจังหวะ 3ชั้น 2ชั้น และชั้นเดียว ในเพลงเดียวกัน เช่น เพลงแขกบรเทศ เพลงแสนคำนึงหา

2. เพลงตับ เป็นเพลงชุดที่นำเอาเพลงหลายเพลงมาบรรเลงติดต่อกัน มีอยู่ 2 แบบ คือ

ตับเรื่อง ( เอาเนื้อร้องเป็นเกณฑ์ )

ตับเพลง (เอาแบบแผนการบรรเลงเป็นเกณฑ์ )

เพลงเกร็ด เป็นเพลงที่ใช้บรรเลงและขับร้องทั่วไป เพื่อความสนุกสนาน จะชมความงามของหญิง ชมธรรมชาติ บรรยายความรัก เช่นลาวดวงเดือน

อ้างอิง

เขมรไทรโยค

เขมรไทรโยค

เพลงเขมรไทรโยค เป็นเพลงไทยเดิม พระนิพนธ์โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสน้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2431
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์โดยได้เค้ามาจากเพลง "เขมรกล่อมลูก" ซึ่งเป็นเพลง 2 ชั้น ดัดแปลงขึ้นใหม่เป็นเพลง 3 ชั้น กับได้ทรงพระนิพนธ์บทร้องประกอบบรรยายถึงความงดงามของธรรมชาติ แล้วประทานนามว่า "เขมรไทรโยค" ออกแสดงครั้งแรกในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2431 ต่อมาถูกตัดทอนให้เป็นเพลงชั้นเดียว ใส่เนื้อร้องโดยนางจันทนา พิจิตรคุรุการ และขยายเป็นเพลง 3 ชั้น เมื่อ พ.ศ. 2491 โดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) กลายเป็น "เพลงเถา" โดยแต่งขยายเป็นสี่ชั้น และตัดลงเป็นสองชั้นและชั้นเดียวตามลำดับ


บรรยายความตามไท้ เสด็จยาตร ยังไทรโยคประพาสพนาสณฑ์ น้องเอย...เจ้าไม่เคยเห็น

ไม้ไร่หลายพันธ์ คละขึ้นปะปน ที่ชายชลเขาชะโงกเป็นโกรกธาร น้ำพุพุ่งซ่าน ไหลมาฉาดฉาน
เห็นตระการ มันไหลจอกโครมจอกโครม มันดังจ้อกจ้อก จ้อกจ้อก โครมโครม

น้ำใสไหลจนดู หมู่มัสยา กี่เหล่าหลายว่ายมา ก็เห็นโฉม น้องเอย เจ้าไม่เคยเห็น

ยินปักษาซ้องเสียง เพียงประโคม เมื่อยามเย็นพยับโพยมร้องเรียกรัง เสียงนกยูงทอง มันร้องโด่งดัง
หูเราฟังมันร้องดังกระโต้งฮง มันดังก้อก ก้อก ก้อกก้อก กระโต้งฮง
อ้างอิง